ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

1476

กว่า 30  ปีแล้วที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อเป็นแหล่งศึกษาและพัฒนาปัญหาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด  และพื้นที่พรุให้สามารถทำการเกษตรได้ กระทั่งสามารถพลิกชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นได้เป็นผลสำเร็จ

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บนเนื้อที่กว่า  1,740 ไร่ ในอำเภอเมืองนราธิวาส เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เพราะที่นี่คือแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดและพื้นที่พรุ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านตามพระราชดำริของของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สถานที่แห่งนี้ถูกจำลองให้เห็นสภาพของป่าพรุกว่า 300 ไร่ ที่ถูกน้ำท่วมขังจนชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้ โดยเฉพาะผืนดินบริเวณขอบพรุที่เป็นดินเปรี้ยว กระทั่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริให้มีการขุดลอกคลองระบายน้ำออกจากป่าพรุ   ก่อนจะมีพระราชดำริให้มีการแกล้งดิน

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92

พื้นที่กว่า 500  ไร่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จึงกลายเป็นแปลงทดลองการแกล้งดิน ก่อนจะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแปลงเกษตรกรรมตามรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่  ซึ่งจะมุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากผืนดินได้อย่างยั่งยืน

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92

ขั้นตอนการแกล้งดินจะเริ่มตั้งแต่การตรวจสอบวิเคราะห์ดินด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเริ่มแนะนำแนวทางการปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำกินได้  เมื่อเกษตรกรได้รับความรู้เกี่ยวกับการแกล้งดินแล้วจะเริ่มขุดลอกคลอง เพื่อระบายน้ำเข้าไปล่อเลี้ยงระบบนิเวศในพื้นที่เกษตรกรรม

เราจึงได้เห็นว่าพื้นที่กว่า 500 ไร่ ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถูกแปรสภาพเป็นแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92 %e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92

ที่นี่จะทำให้ชาวบ้านได้รู้และเข้าใจว่า เมื่อพวกเขาสามารถแกล้งดินได้สำเร็จแล้ว  แนวทางต่อมา คือการจัดสรรใช้ประโยชน์บนผืนดินได้อย่างยั่งยืนและพอเพียง เริ่มตั้งแต่การปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์เป็นอาหาร   ไปจนถึงการปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อสร้างรายได้   โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากผืนดินให้ได้มากที่สุด

พื้นที่ดินเปรี้ยวบริเวณป่าพรุในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี  เกือบ 4 แสนไร่ ถูกจัดสรรให้ชาวบ้านผู้ไม่มีที่ทำกิน ได้ใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเอง

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92

ปัจจุบันชาวบ้านในอำเภอบาเจาะ สามารถนำความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปใช้จนผืนดินกว่า 2 หมื่นไร่ ได้กลายเป็นแหล่งปลูกปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตมากที่สุดของจังหวัดนราธิวาส

นอกจากนี้ยังมีเกษตรต้นแบบจำนวนมากที่ได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปสร้างประโยชน์บนพื้นที่ที่เคยเป็นดินเปรี้ยวจนเกิดผลสำเร็จ กระทั่งชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยผืนดินได้อย่างยั่งยืน โดยแต่ละคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหาที่สุดมิได้

ชนะชัย  แก้วผาง 

รายงาน