50 ปีแห่งความภูมิใจ ถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

1135

เรือตรีสันติผู้ถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ เผยถึงเหตุการณ์ที่นับเป็นความทรงจำล้ำค่าและความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต

เนื้อร้องและถ่วงทำนองเพลงความฝันอันสูงสุด ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเรือตรีสันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยถวายงานรับใช้มานานกว่า 50 ปี ย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาที่มีโอกาสถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยความภูมิใจที่สุดในชีวิต01 02 06ครั้งแรกที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวัย 20 ปี ขณะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานแต่สำหรับเขาเสมือนเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้น  เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อทรงดนตรี และโชคดีที่สุดเมื่อเขาได้ร่วมร้องเพลงในงานวันนั้น 10 ปี ผ่านไป เมื่อเรียนจบเดิมทีเป็นเพียงนายสันติ ลุนเผ่ บุคคลธรรมดา ไปเรียนต่อด้านการดนตรีและตระเวนร้องเพลงตามร้านอาหาร กระทั่งได้รับโอกาสเข้าไปถวายงานรับใช้ร้องเพลงที่ศาลาดุสิดาลัย งานพระราชทานเลี้ยงอนุกาชาดทั่วโลกโดยได้รับเชิญไปร้องเพลงถวายร่วมกับวงดุริยางค์ทหารเรือ เป็นการถวายงานครั้งที่ 2 แต่เป็นครั้งแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชปฏิสันถาร09 10 11นอกจากเพลงความฝันอันสูงสุด เรือตรีสันติยังได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกกว่า 20 เพลง ทุกตัวโน๊ตและคำร้องของทุกบทเพลงยังคงก้องกังวานอยู่ในใจเขา และด้วยพระมหากรุณาธิคุณนายสันติจึงได้รับพระราชทานยศทหารเรือเป็นเรือตรีสันติ ทุกวันนี้พระราชดำรัสที่ทรงตรัสเอาไว้ไม่ให้เขาทิ้งการร้องเพลง เรือตรีสันติในช่วงอายุ 81 ปี จึงยังฝึกฝนขับร้องเพลงอยู่ตลอดมา13 14 15 16 17บทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นบทเพลงทรงคุณค่าที่ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อความบันเทิง เนื้อหาของบทเพลงพระราชนิพนธ์มีความหลากหลาย ทั้งเปรียบเปรยความรักที่ลึกซึ้ง ใช้คำพรรณนาเกี่ยวกับธรรมชาติงดงามลงตัว แฝงแง่คิดในการใช้ชีวิต ตลอดจนเพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นเพลงประจำหน่วยงานต่างๆ ที่สำคัญในเมืองไทย พสกนิกรชาวไทยจึงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่าเป็น  อัครศิลปิน

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน