การป้องกันปัญหาฆ่าตัวตาย

1048

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคดีฆ่าตัวตายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีความพยายามในการป้องกันแก้ไข โดยก่อนหน้านี้ยังพบรายงานว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตาย สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนอีกด้วย

อาเซียน การป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย 1

อาเซียน การป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย 4

อาเซียน การป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย 7

เหตุการณ์พ่อคลุ้มคลั่งยิงลูกตัวเองเสียชีวิต 4 คน ก่อนยิงตัวตายตามในเวลาต่อมา เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว และการฆ่าตัวตายของคนไทย ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าประเทศไทย มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จปีละกว่า 3,900 คน หรือเฉลี่ย 1 คนในทุก ๆ 2 ชั่วโมง เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 3 เท่า

 

อาเซียน การป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย 9 จิตแพทย์

นพ. ปทานนท์ ขวัญสนิท สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กรมสุขภาพจิต เปิดเผยสาเหตุของการฆ่าตัวตาย มาจากหลายปัจจัย ทั้งโรคจิตเวช ซึ่งพบได้ถึงร้อยละ 90 ของคนที่ฆ่าตัวตาย  ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ ความเสี่ยงจากการมีคนในครอบครัวเคยฆ่าตัวตาย  ปัจจัยพฤติกรรม หุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว ใช้สารเสพติด  ปัจจัยด้านสังคม ปัญหาครอบครัว  และสุดท้ายคือปัจจัยส่วนบุคคล มองโลกในแง่ร้าย และสิ้นหวังในชีวิต  นพ.ปทานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย มักส่งสัญญาณเตือนให้คนรอบข้างรู้ประมาณ 1 เดือนก่อนกระทำการ โดยแสดงออกทางคำพูดตัดพ้อ หรือพฤติกรรมแยกตัว การใช้สุรา และสารเสพติดมากขึ้น ประชาชนทุกคนจึงควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมคนใกล้ชิด

อาเซียน การป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย 8 ภาพกราฟฟิก สถิติการฆ่าตัวตาย

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก รายงานสถิติการฆ่าตัวตายทั่วโลก พบว่าประเทศไทย ในจำนวนประชากร 1 แสนคน จะมีผู้ฆ่าตัวตายเฉลี่ย 11.4 คน มากเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากเมียนมา ซึ่งมีผู้ฆ่าตัวตายเฉลี่ย 13.1 คน ส่วนประเทศที่มีอัตราฆ่าตัวตายต่ำที่สุดคือฟิลิปปินส์ เฉลี่ย 2.9 คน โดยจิตแพทย์แนะแนวทางแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับประชาชน คือให้ตระหนักรู้ถึงปัญหา  ด้านองค์กรสาธารณสุข เน้นสร้างระบบรองรับ คัดกรองกลุ่มเสี่ยง และดูแลติดตามต่อเนื่อง และที่สำคัญคือระดับประเทศ ต้องมีนโยบายควบคุมการเข้าถึงวิธีการที่จะใช้ในการฆ่าตัวตาย เช่นการครอบครองปืน หรือจำกัดอายุผู้ดื่มสุรา

จุฑามาศ มังกรชัย รายงาน